หมวกกันน็อก ล็อกชีวิต

รู้หรือไม่…ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ 75.6% ที่เสียชีวิตไม่ใส่หมวกกันน็อค และมีเด็กไทยเพียง 7% เท่านั้น ที่พ่อ-แม่ ใส่หมวกกันน็อคให้ระหว่างการเดินทาง วันนี้เราจึงนำเรื่องราวของ หมวกกันน็อคล็อคชีวิต มาฝากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคน “เพราะบนท้องถนนไม่มีระยะปลอดภัยสำหรับคนไม่ใส่หมวก”

  • ใส่หมวกกันน็อค
    – 69% ช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บศีรษะและสมอง โดยส่วนใหญ่อุบัติเหตุมักจะเกิดการบาดเจ็บที่หน้าผาก ศีรษะด้านบน รองลงมาคือศีรษะด้านข้าง และด้านหลังท้ายทอย
    – 39% ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของคนขับ และคนซ้อนท้าย

 

  • ไม่ใส่หมวกกันน็อค หากเกิดอุบัติเหตุ จะเสียค่ารักษามากกว่าผู้สวมหมวกกันน็อคถึง 3 เท่า
    – 96.8% คนซ้อนท้ายเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
    – 92.8% คนขับเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
    – 65% มีโอกาสบาดเจ็บทางศีรษะ

 

  • เรื่องควรรู้ของหมวกกันน็อค
    – หมวกกันน็อคที่ดีจะต้องมีเครื่องหมายการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มีสายรัดคาง มีรูระบายอากาศ ช่องฟังเสียง ที่บังลมโปร่งแสง
    – ควรเปลี่ยนทุก 3 ปี นับจากวันผลิต เนื่องจากเนื้อโฟมจะเสื่อมสภาพลงจากการใช้งาน หากเกิดอุบัติเหตุได้รับแรงกระแทกอาจยุบตัวผิดรูป มีผลต่อผู้ขับขี่ได้รับแรงกระแทกแบบเต็มๆ เพราะวัสดุที่เป็นโฟมจะไม่ซับแรงอีกต่อไป
    – ควรเปลี่ยนใหม่ทันที หลังจากถูกกระแทกจากการประสบอุบัติเหตุ เพราะแผ่นรองรับแรงกระแทกได้ถูกใช้งานไปแล้ว ไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ซ้ำ
    การขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ใส่หมวกกันน็อค มีโทษปรับ 500 บาท และหากมีคนซ้อนท้ายไม่ใส่หมวกมีโทษปรับ 500 บาท คนขับจะต้องโดนปรับ 2 เท่า ฐานไม่ใส่หมวกให้ตัวเอง กับไม่จัดให้คนซ้อนใส่หมวก

    – การใส่หมวกกันน็อคควรรัดคางในระดับที่พอดีทุกครั้งทั้งคนขับและคนซ้อนท้าย ไม่ว่าจะขับขี่ในระยะทางใกล้หรือไกล เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยให้ตัวคุณและคนที่คุณรัก

 

หมวกกันน็อก ไม่ใช่แค่กันล้ม แต่ช่วยรักษาชีวิต

การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง ช่วยลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุได้อย่างมาก

ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ควรสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานและรัดสายให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนเดินทาง เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บรุนแรง

 

นักวิชาการขนส่งชำนาญการ