ขับรถฝ่าหมอก ให้ปลอดภัย

เข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว เชื่อว่าหลายท่านมีแผนขับรถเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ หมอก จึงมีแนะนำวิธีการขับรถในสภาวะหมอกลงจัดมาฝากกัน

  • เตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทาง ตรวจเช็กเครื่องยนต์ สภาพยาง และสัญญาณไฟเตือนต่างๆ เช่น ไฟหน้ารถ ไฟเลี้ยว ไฟท้ายรถ
  • ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง ถนนที่มีหมอกลงหนาๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางต่างจังหวัด หรือเส้นทางขึ้นเขา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะทางแยก ทางแคบ ทางลาดชัน ทางโค้ง จึงควรให้ศึกษาเส้นทางล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
  • เปิดไฟหน้ารถและไฟตัดหมอก โดยแนะนำให้เปิดไฟต่ำและไฟตัดหมอกเมื่อแสงสว่างน้อยลง และหากหมอกลงหนาจนทำให้มองเห็นได้ไกลน้อยกว่า 150 เมตร ควรเปิดไฟหน้าทันที ห้ามเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งฝ่าหมอกเด็ดขาด
  • ใช้ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ช่วยให้การควบคุมรถง่ายขึ้น สามารถหยุดรถได้ทัน โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มีน้อยลง
  • รักษาระยะห่าง ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าประมาณ 2-3 ช่วงคันรถ ป้องกันการลื่นไถล หรือการเบรกกะทันหันจากรถคันหน้า
  • อย่าเปลี่ยนเลนหรือเบรกกะทันหัน ขณะขับขี่ผ่านเส้นทางหมอกลงจัด การเปลี่ยนช่องทางเดินรถต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ ควรให้สัญญาณไฟเลี้ยวก่อนอย่างน้อย 60 เมตร
  • ไม่ควรเบรกกะทันหัน หากต้องการหยุดรถ ให้ค่อยๆ ชะลอความเร็ว พร้อมกับดูกระจกหลังและกระจกข้างว่ามีรถตามหลังมาหรือไม่ แล้วจึงค่อยๆ เหยียบเบรก
  • จอดในที่ปลอดภัย หากทัศนวิสัยแย่มาก ให้นำรถจอดเข้าข้างทางในบริเวณที่ปลอดภัย และเปิดไฟฉุกเฉิน วางเครื่องหมายเตือนรูปสามเหลี่ยม ด้านหลังรถ เพื่อให้รถคันอื่นสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

ขับขี่ปลอดภัย ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง ไม่ประมาท ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด ลดอุบัติเหตุ ท่องเที่ยวส่งท้ายปีอย่างมีความสุข

 

ขับรถในหมอก ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าปกติ

ทัศนวิสัยที่ลดลง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

เมื่อขับรถในสภาพหมอกหนา ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้าหรือไฟตัดหมอก และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้มองเห็นเส้นทางและตัดสินใจได้ปลอดภัยกว่าเดิม

 

นักวิชาการขนส่ง