ยากินแล้วง่วง เสี่ยงหลับใน ส่งผลต่อการขับขี่

ยากินแล้วง่วง เสี่ยงหลับใน ส่งผลต่อการขับขี่
 
กลุ่มยาที่ทำให้ง่วงซึม
  • ยาแก้แพ้ แก้คัน ลดน้ำมูก เช่น Chlorpheniramine (CPM) Hydroxyzine
  • ยาแก้เมารถ เมาเรือ เช่น Dimenhydrinate
  • ยาต้านอาการท้องเสีย เช่น Loperamide
  • ยาแก้ปวด อย่างแรง เช่น Morphine, Tramadol
  • ยาคลายเครียด ยาโรคซึมเศร้า ยานอนหลับ เช่น Gabapentin
  • ยาแก้ไอทั้งแบบเม็ดและยาน้ำ ที่มีส่วนผสมของโคเดอีน (ยาแก้ไอน้ำดำ) เช่น Codeine,Dextromethorphan
  • ยากันชัก ยารักษาอาการปวดเส้นประสาท เช่น Gabapentin
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น Baclofen, Tolperisone, Orphenadrine

อ่านฉลากก่อนกินยาทุกครั้ง สังเกตบนฉลากยา “ยานี้อาจทำให้ง่วงนอน” ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ เพราะอาการง่วงจากยาไม่ได้เกิดทันทีหลังกินยาแต่จะเกิดขึ้นภายใน 30 นาทีถึง 1 ชม. หลังจากกินยาและมีอาการต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของยา

 
ขับขี่ปลอดภัย เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนออกเดินทาง
  • หากไม่สบายและจำเป็นต้องเดินทาง ควรให้ผู้อื่นขับหรือใช้รถสาธารณะ
  • หากสงสัยเรื่องยา ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หรือสายด่วนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โทร 1556 สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

 

 

ขับขี่อย่างมีสติ ลดความเสี่ยงจากอาการง่วงและยาออกฤทธิ์

ฝึกทำข้อสอบหมวดเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

ยาบางประเภทอาจทำให้ง่วงซึม ตอบสนองช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เรียนรู้วิธีประเมินความพร้อมของร่างกายและการขับขี่อย่างปลอดภัย ผ่านแบบฝึกหัดออนไลน์ก่อนสอบใบขับขี่จริง

นักวิชาการขนส่งชำนาญการ