ระวังถนนลื่น69

วิธีขับขี่ปลอดภัย เมื่อเจอฝนตกและคราบน้ำมัน

เก่งมาจากไหนก็แพ้ถนนลื่น! เจาะลึกวิธีขับขี่ปลอดภัย เมื่อเจอฝนตกและคราบน้ำมัน

ช่วงฝนตกใหม่ๆ หรือพื้นถนนที่มีคราบน้ำมัน ถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะคราบฝุ่น ดิน และน้ำมันที่สะสมอยู่บนพื้นผิวจราจรเมื่อผสมกับน้ำฝน จะกลายเป็นฟิล์มหล่อลื่นที่ลดแรงยึดเกาะของยางอย่างมหาศาล ส่งผลให้รถลื่นไถลหรือเสียหลักได้ง่าย การเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีรับมือเชิงลึกจึงช่วยลดอุบัติเหตุได้จริง

รับมือถนนลื่นจาก “ฝนตก”
ลดความเร็ว เพื่อป้องกันอาการรถเหินน้ำ (Hydroplaning)
ช่วยลดอุบัติเหตุจากรถไถล อาการรถเหินน้ำมักเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อขับเกิน 60–80 กม./ชม. บนถนนที่มีน้ำขัง การลดความเร็วลงอย่างน้อย 10–20 กม./ชม. จากความเร็วปกติ จะช่วยให้หน้ายางแตะพื้นถนนได้เต็มที่และรีดน้ำออกได้ทัน

เว้นระยะห่าง เพิ่มระยะเบรก 2–3 เท่า
เว้นระยะห่างป้องกันการชนเมื่อเบรกฉุกเฉิน บนถนนแห้ง ระยะห่างที่ปลอดภัยคือประมาณ 2 วินาที แต่บนถนนลื่นควรเพิ่มระยะห่างเป็น 4–5 วินาที จากรถคันหน้า เพื่อเผื่อระยะหยุดรถที่เพิ่มขึ้น

เปิดไฟหน้า ใช้ไฟต่ำ ไม่เปิดไฟฉุกเฉิน
ใช้ไฟต่ำช่วยเพิ่มทัศนวิสัย และหลีกเลี่ยงไฟสูงเพราะแสงจะสะท้อนละอองฝน ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน (ไฟขอทาง) ขณะกำลังขับรถกลางฝน เพราะจะทำให้ผู้ร่วมทางเข้าใจผิดว่ารถจอดเสีย และบังทิศทางของการเปิดไฟเลี้ยว แนะนำให้ใช้เพียงไฟหน้าต่ำหรือไฟตัดหมอกหน้า-หลังเท่านั้น

ฝนตกหนัก จอดพักในที่ปลอดภัย
รถจักรยานยนต์ไม่ควรฝืนขับต่อเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี หากมองเห็นทางข้างหน้าได้ไม่เกิน 10 เมตร ควรเลี้ยวเข้าจอดพักที่จุดบริการ ปั๊มน้ำมัน หรือจุดจอดรถฉุกเฉิน และเปิดไฟฉุกเฉินไว้เมื่อรถจอดนิ่งสนิทแล้วเท่านั้น

รับมือถนนลื่นจาก “คราบน้ำมัน” 
ตั้งสติ ห้ามกระทืบเบรก การเบรกรุนแรงอาจทำให้ล้อล็อกและเสียการทรงตัว
หากรถเริ่มลื่นไถลจากคราบน้ำมัน การกดเบรกลึกจะยิ่งทำให้ล้อล็อกและบังคับทิศทางไม่ได้ หากเป็นรถยนต์ที่มีระบบ ABS ให้แตะเบรกด้วยน้ำหนักสม่ำเสมอ แต่หากไม่มี ABS ให้ใช้วิธีแตะเบรกแล้วปล่อย (Pumping brake) เบาๆ

ถอนคันเร่ง จับพวงมาลัยตรง และประคองเลน
ถอนคันเร่ง ค่อยๆ ลดความเร็ว ไม่หักพวงมาลัยกะทันหัน ให้ใช้แรงเครื่องยนต์ช่วยชะลอความเร็ว (Engine Brake) โดยลดเกียร์ลงต่ำทีละระดับ (สำหรับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ที่มีโหมด M/L) และพยายามประคองพวงมาลัยให้ตรงไว้จนกว่าจะพ้นคราบน้ำมัน

หลีกเลี่ยงคราบน้ำมันอย่างถูกวิธี
หากเห็นคราบน้ำมันให้เลี่ยง หากเลี่ยงไม่ได้ให้ลดความเร็วและผ่านไปอย่างช้าๆ คราบน้ำมันมักสังเกตได้จากรอยเงาสะท้อนสีรุ้งบนพื้นถนน หากจำเป็นต้องขับผ่าน ให้ชะลอความเร็วก่อนถึงคราบน้ำมัน และปล่อยให้รถไหลผ่านคราบน้ำมันไปด้วยความเร็วคงที่ โดยไม่แต่งคันเร่งหรือเบรกขณะอยู่บนคราบน้ำมัน

เมื่อพ้นคราบน้ำมัน ค่อยๆ คืนความเร็ว
อย่าเพิ่งรีบเร่งจนกว่ารถจะทรงตัวและยางยึดเกาะดีแล้ว คราบน้ำมันอาจยังติดอยู่บนดอกยางอีกช่วงเวลาหนึ่ง ควรขับต่อด้วยความระมัดระวังอีกระยะก่อนเร่งความเร็วตามปกติ

เช็กรถก่อนออกเดินทาง

  • ความลึกของดอกยาง ควรมีความลึกไม่น้อยกว่า 1.6–2.0 มิลลิเมตร หากดอกยางโล้น จะไม่สามารถรีดน้ำหรือเกาะถนนได้เลย
  • ความดันลมยาง ตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในระดับมาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ควรปล่อยให้ลมยางอ่อนเกินไปเพราะจะทำให้ร่องรีดน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • ยางปัดน้ำฝน ตรวจสอบยางปัดน้ำฝน ไม่ให้แห้งกรอบหรือปัดแล้วเป็นคราบ เพื่อให้ทัศนวิสัยการมองเห็นชัดเจนตลอดการเดินทาง

     

    ระวังถนนลื่น69