พ่วงแบตรถยนต์ ไม่ยากอย่างที่คิด

การพ่วงแบตรถยนต์ นั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่เป็นมือใหม่หรือเพิ่งมีรถคันแรก แต่เพียงต้องศึกษาอย่างถูกวิธีและปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อตัวรถและผู้ใช้รถ 

  • เตรียมสายพ่วงแบต 2 เส้น ได้แก่ “สีแดง”คือ ประจุไฟขั้วบวก ((+)) และ “สีดำหรือสีเขียว” คือ ประจุไฟขั้วลบ(➖) ควรเลือกสายที่มีขนาดที่มีความยาวเพียงพอ และไม่เส้นเล็กจนเกินไป เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการพ่วงแบตเตอรี่
  • นำรถคันที่มาช่วยจอดหันหน้าเข้าหารถคันที่แบตหมด เว้นระยะห่างเล็กน้อย ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดและดับเครื่องยนต์ เพราะเป็นการป้องกันการเกิดประกายไฟระหว่างการพ่วงแบตรถยนต์ หลังจากนั้นให้เปิดฝากระโปรงรถยนต์ขึ้น
  • การต่อสายพ่วงแบตรถยนต์
    1️⃣ นำสายแดงต่อกับแบตเตอรี่ขั้วบวก(+) ของรถคันที่แบตหมดก่อน
    2️⃣ นำสายสีแดงอีกข้างต่อกับรถที่มาช่วย
    3️⃣ นำสายสีดำต่อกับแบตเตอรี่ขั้วลบ(-) ของรถคันที่มาช่วย
    4️⃣ นำสายพ่วงสีดำอีกข้างต่อเข้ากับจุดกราวด์ของรถที่แบตหมด เช่น โลหะตรงโครงรถหรือเครื่องยนต์
  • เมื่อต่อสายพ่วงแบตเสร็จแล้ว สตาร์ทเครื่องรถคันที่มาช่วยทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที จากนั้นเร่งเครื่องเล็กน้อยเป็นช่วง ๆ ให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า ตามด้วยการสตาร์ทเครื่องรถคันที่แบตหมดและเร่งเครื่องเบา ๆ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที
  • การถอดสายพ่วงแบตรถยนต์
    step 1 ถอดขั้วลบ (-)คันที่แบตหมดออกก่อน และถอดขั้วลบอีกคันที่มาช่วย
    step 2 ถอดขั้วบวก(+) คันที่มาช่วย และถอดสายพ่วงขั้วบวกคันที่รถแบตหมดตามลำดับ

ข้อควรระวัง!

  • ระวังไม่ให้สายจัมพ์ต่างขั้วมาสัมผัสหรือโดนกัน อาจเกิดการลัดวงจรได้
  • ห้ามสตาร์ทรถสองคันพร้อมกัน
  • ห้ามสูบบุหรี่ จุดไฟแช็ก หรือก่อให้เกิดประกายไฟ

 

แบตหมดกลางทางไม่ใช่เรื่องเล็ก! ฝึกข้อสอบเรื่องการดูแลรถไว้ก่อนดีกว่า

เรียนรู้การพ่วงแบตและการตรวจเช็กรถเบื้องต้น เพื่อขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น

การพ่วงแบตรถยนต์ผิดวิธีอาจทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหายหรือเกิดอันตรายได้ ผู้ขับขี่ควรรู้วิธีดูแลแบตเตอรี่ การตรวจสภาพรถ และการแก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนออกเดินทาง ลองฝึกทำข้อสอบหมวดการบำรุงรักษารถ เพื่อเพิ่มความเข้าใจและเตรียมพร้อมก่อนสอบใบขับขี่จริง

นักวิชาการขนส่ง