จุดตัดทางรถไฟ ระวังไว้ไม่เสี่ยงชีวิต

จุดตัดทางรถไฟ อย่าชะล่าใจและขับขี่ด้วยความประมาท !! เป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความห่วงใย…จึงนำหลักปฏิบัติเมื่อต้องขับรถข้ามทางรถไฟให้ปลอดภัยมาฝากกัน

  • สังเกตป้ายเตือน สัญญาณเสียง สัญญาณไฟวาบ โดยป้ายเตือนทางรถไฟมี 2 แบบ ได้แก่- ป้ายเตือน ทางรถไฟไม่มีเครื่องกั้น มีสัญลักษณ์รูปรถไฟ หมายถึง ข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่าน และไม่มีเครื่องกั้นทาง
    – ป้ายเตือนทางรถไฟมีเครื่องกั้น มีสัญลักษณ์รูปรั้ว หมายถึง ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่าน มีรั้ว/เครื่องกั้นทาง
  • ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางรถไฟ
  • หากเห็นว่ามีเครื่องหมาย มีสัญญาณระวังรถไฟ หรือไม้กั้นถูกปิดลง เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ แสดงว่ารถไฟกำลังจะผ่าน
  • มื่อได้ยินเสียงสัญญาณ เสียงรถไฟกําลังแล่นผ่านเข้ามาใกล้ต้องลดความเร็ว และหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร
  • เมื่อรถไฟผ่านไปแล้ว มีสัญญาณให้รถผ่านได้ จึงขับรถผ่านไปได้ (พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 62)
  • ห้ามหยุดรถคร่อมรางรถไฟ หากไม่มีสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ มองซ้าย-ขวาให้ดี หากสภาพจราจรที่รถชะลอตัว ค่อยๆ แล่นต่อกันไป อันตราย! ต้องรอจนแน่ใจ ว่ารถคันหน้าแล่นผ่านทางรถไฟไปแล้ว ไม่กีดขวางรถของเรา เพราะอาจทำให้เราติดอยู่กลางรางรถไฟได้
  • กรณีต้องจอดรถ ควรจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร ก่อนถึงทางรถไฟ

 

ระวังจุดตัดทางรถไฟ ปฏิบัติตามสัญญาณอย่างเคร่งครัด

จุดตัดทางรถไฟเป็นพื้นที่เสี่ยง ผู้ขับขี่ควรสังเกตสัญญาณเตือนและหยุดรถให้ถูกต้อง

เมื่อขับรถผ่านจุดตัดทางรถไฟ ผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็ว สังเกตสัญญาณไฟ เสียงเตือน และไม้กั้นอย่างรอบคอบ เพราะหากฝ่าฝืนอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ การเรียนรู้เรื่องสัญญาณจราจรและป้ายเตือนต่าง ๆ จะช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยและทำข้อสอบใบขับขี่ได้แม่นยำมากขึ้น

 

นักวิชาการขนส่งชำนาญการ