เตือนภัยหน้าร้อน จอดรถตากแดด ขับขี่ปลอดภัย by DLT กรมการขนส่งทางบก

เตือนภัยหน้าร้อน จอดรถตากแดด อย่านิ่งนอนใจ

อากาศในประเทศไทยช่วงนี้เรียกได้ว่า ‘ร้อนฉ่า’ กันทุกพื้นที่ บางพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดถึง 44 องศาเซลเซียส คงมีใครหลายคนไม่น้อยที่มีความจำเป็นและเป็นกังวล เมื่อต้องจอดรถตากแดด เป็นประจำทุกวัน เพราะอาจทำให้รถเกิดปัญหาเหล่านี้ตามมาได้

  1. ชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารเสื่อมสภาพ เช่น พวงมาลัย คอนโซลรถ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เบาะที่ผลิตจากหนังอาจแห้งกรอบ เบาะที่ผลิตจากผ้าสีอาจซีดลง 
  2. ชิ้นส่วนยาง แห้ง แข็งกระด้าง มีอายุการใช้งานสั้นลง เมื่อเจอความร้อนเป็นเวลานาน เช่น ยางปัดน้ำฝน ยางขอบประตู ยางขอบกระจก 
  3. ฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพลง เมื่อเจออุณหภูมิภายนอกที่สูงมาก ติดต่อกันวันละหลายชั่วโมง สังเกตได้จากสีของฟิล์มเปลี่ยนแปลงไป มีฟองอากาศหรือมีรอยยับ 
  4. ยางรถยนต์เกิดความร้อนสะสม ทำให้ความดันภายในยางเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นควรเช็กลมยางบ่อยขึ้นกว่าปกติ 
  5. เครื่องยนต์เสื่อมสภาพ มีอายุการใช้งานที่สั้นลง โดยเฉพาะระบบของเหลว ควรตรวจเช็กให้อยู่ในค่ามาตรฐานเป็นประจำ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเบรก 
  6. สีรถยนต์ซีดเร็ว ความร้อนจากแสงแดดและรังสี UV จะทำลายสีเคลือบรถ ทำให้สีหมองเร็วกว่าปกติ

 

ข้อแนะนำ หากจำเป็นต้องจอดรถตากแดด

  • ใช้ผ้าคลุมรถหรือม่านบังแดดที่ได้มาตรฐาน ช่วยปกป้องแสงแดดที่มากระทบตัวรถทั้งภายในและภายนอก
  • อันตราย ห้ามทิ้งเด็กและสัตว์เลี้ยงไว้ตามลำพัง อาจถึงขั้นเสียชีวิตจากความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ไม่เก็บของที่เสี่ยงระเบิดไว้ในรถ เช่น กระป๋องสเปรย์ แบตเตอรี่สำรอง ไฟแช็ก

 

เตือนภัยหน้าร้อน จอดรถตากแดด ขับขี่ปลอดภัย by DLT กรมการขนส่งทางบก

จอดรถตากแดดทุกวัน รถพังเร็วกว่าที่คิด! ฝึกข้อสอบดูแลรถไว้ก่อน

เรียนรู้วิธีป้องกันความเสียหายจากความร้อน พร้อมทบทวนการดูแลรถเบื้องต้นก่อนสอบจริง

อากาศร้อนจัดสามารถส่งผลต่อแบตเตอรี่ ยางรถ สีรถ และอุปกรณ์ภายในได้โดยตรง หากละเลยการดูแล อาจทำให้รถเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ลองฝึกทำข้อสอบหมวดการบำรุงรักษารถ เพื่อเพิ่มความเข้าใจเรื่องการตรวจเช็กรถและการใช้งานอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

นักวิชาการขนส่งชำนาญการ