ฝนตก น้ำท่วม พายุเข้า! ขับขี่ยังไงให้ปลอดภัย
เพราะในทุกสภาพอากาศ ต้องมีวิธีรับมือในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
- ติดตามประกาศแจ้งเตือน เช็กเส้นทาง หากมีการแจ้งเตือน เตรียมยกของ อพยพสัตว์เลี้ยง เคลื่อนย้ายรถขึ้นที่สูง
- หลีกเลี่ยงการขับขี่ในเส้นทางน้ำท่วม ระวังถนนที่น้ำท่วมจนมองไม่เห็นขอบถนน ดูให้แน่ใจ ไม่ควรขับรถลุยน้ำ รถอาจดับได้ เสี่ยงต่อการถูกกระแสน้ำพัดหรือเกิดอุบัติเหตุจากหลุมพื้นผิวถนนที่ชำรุด
- หากจำเป็นต้องขับขี่ เปิดไฟหน้ารถ รักษาระยะห่างมากกว่าปกติ ใช้ความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ ไม่ตัดหน้าเปลี่ยนเลนกะทันหัน โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่ดี ฝนตกถนนลื่น รถอาจเบรกไม่ทันหรือเสียการควบคุมได้
- สังเกตสัญญาณเตือนภัย
– ต้นไม้เอนไม่ทราบสาเหตุ เสียงต้นไม้หัก
– ดินชุ่มน้ำผิดปกติ
– ระดับน้ำในห้วยแม่น้ำขึ้นรวดเร็ว
– น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น หรือ สัตว์ป่าแตกตื่น
ขับรถแล้วเจอน้ำท่วม
น้ำท่วมไม่เกิน 30 ซม. สามารถขับได้ โดยให้รีบย้ายรถออก ห้ามเปิดแอร์ ให้ใช้เกียร์ต่ำ ใช้ความเร็วต่ำ รักษาระยะห่าง เมื่อขับพ้นน้ำท่วม ถึงที่หมายอย่าเพิ่งดับเครื่องทันที ให้ติดเครื่องยนต์ไว้สักพัก ไล่น้ำและความชื้นที่ค้างอยู่ตามเครื่องยนต์
ระดับน้ำ 60-80 ซม. อันตรายต่อรถ ไม่ควรขับลุย น้ำอาจไหลเข้าห้องเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับ หยุดชะงัก ระบบต่างๆ เสียหายได้ การขับลุยน้ำระดับนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ อย่าปะทะคลื่นโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องดับกลางอากาศ
น้ำท่วมจนเคลื่อนย้ายรถไม่ได้ ให้รีบดับเครื่องยนต์ทันที และห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด น้ำอาจเข้าสู่ระบบไฟฟ้า ทำให้ลัดวงจรได้ เครื่องยนต์เสียหายหนักขึ้น เมื่อน้ำลดให้ยกรถเข้าศูนย์บริการ/อู่ซ่อมรถ เพื่อตรวจเช็กโดยละเอียด
ขับขี่ปลอดภัย by DLT โดยกรมการขนส่งทางบก ขอแสดงความห่วงใย ส่งกำลังใจให้ทุกท่าน ผ่านพ้นภัยธรรมชาติในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ

