โรงเรียนการขนส่ง ส่วนพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพการขับรถ สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก
- หลักสูตรการฝึกสอนขับรถยนต์
- เปิดสอนทั้งภาคทฤษฎี และ ภาคปฏิบัติ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การใช้รถ และการบำรุงดูแลรักษาเครื่องยนต์เบื้องต้น หลักเกณฑ์การขับรถที่ถูกวิธี
- ใช้สนามฝึกหัด ขับรถยนต์ มาตรฐานกรมการขนส่งทางบก
- มีครูฝึกหัดขับรถยนต์ ที่มีความรู้ความสามารถ
- เมื่อจบการเรียนการสอน จะดำเนินการทดสอบผู้เข้าเรียน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และออกหนังสือรับรอง ให้กับผู้ที่ผ่านการอบรมและทดสอบ

ขั้นตอน
1. ยื่นเอกสารประกอบคำขอ
- บัตรประจำตัวประชาชน(ฉบับจริง)
- ใบรับรองแพทย์ (ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน)
- รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว หน้าตรง 4 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- ทดสอบการใช้เบรกเท้า 3 ครั้ง โดยเหยียบเบรกได้ในระยะเวลา น้อยกว่า หรือเท่ากับ 0.75 วินาที สองในสามครั้ง
- ทดสอบการมองเห็นสีเขียว สีแดง สีเหลือง โดยอยู่ห่างจากเครื่องทดสอบในระดับสายตา ไม่น้อยกว่า 3 เมตร แล้วอ่านสีตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด สีละ 3 ครั้ง
- ทดสอบสายตาทางกว้าง มองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเป็นมุมกว้าง ข้างละ 75 องศา
- ทดสอบสายตาทางลึก การมองเห็นระยะ 2.50 – 3.50 เมตร 3 ครั้ง หากผลการทดสอบห่างจุดที่กำหนดไม่เกิน 1 นิ้ว สองในสามครั้งถือว่าผ่าน
3. ออกคำขอ ชำระค่าบำรุงการศึกษา เงินค้ำประกันค่าความเสียหาย
- ค่าบำรุงการศึกษา จำนวน 1,200.- บาท
- เงินค่าประกันความเสียหาย จำนวน 2,000.- บาท กรณีไม่มีผู้ค้ำประกัน (การขอคืนเงินประกัน นักเรียนสามารถขอคืนเงินค้ำประกันได้เมื่อเรียนจบหลักสูตร หรือไม่ประสงค์จะเรียน)
กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน ต้องนำตัวผู้ค้ำมาด้วยในวันสมัครเรียน โดยผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
1.เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตั้งแต่ระดับ ปฏิบัติงาน/ปฏิบัติการ หรือเทียบเท่า
2.เป็นข้าราชการตำรวจยศตั้งแต่ จ่าสิบตำรวจ ขึ้นไป
3.เป็นข้าราชการทหาร
ทหารบก ยศจ่าสิบเอก ขึ้นไป
ทหารบก ยศพันจ่าเอก ขึ้นไป
ทหารอากาศ ยศพันจ่าอากาศเอก ขึ้นไป
4.พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 15,000.- บาท ขึ้นไป พร้อมหนังสือรับรองเงินเดือน หรือพนักงานองค์กรของรัฐ อายุงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
5.พนักงานประจำธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพาณิชย์ ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 3 ปี พร้อมหนังสือรับรองเงินเดือน
4. เรียนภาคทฤษฎี
1.พระราชบัญญัติการจราจรทางบก
พ.ศ. 2522 ,พระราชบัญญัติรถยนต์
พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3.จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ
4.เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย
5. เรียนภาคปฏิบัติ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถและพื้นฐานการขับรถยนต์
- ฝึกหัดขับรถตามท่าฝึกต่างๆ
สามารถเรียนได้ไม่เกิน วันละ 2 ชั่วโมง ตามวัน เวลา ดังนี้
วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.30 – 08.30 น. , 16.30 – 20.30 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น.
6. ทดสอบภาคทฤษฎี
- พระราชบัญญัติการจราจรทางบก
พ.ศ. 2522, พระราชบัญญัติรถยนต์
พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ
- เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย
* การทดสอบภาคทฤษฎีจะทำการทดสอบผ่านเครื่องทดสอบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) หลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 (จำนวน 45 ข้อ) จึงจะถือว่าสอบผ่านทฤษฎี
7. ทดสอบภาคปฏิบัติ
- การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
- การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
- การหยุดรถและออกรถบนทางลาดชัน
รถเกียร์ออโตเมติก
- การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
- การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
- การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกช่องว่างด้านซ้าย
8. ออกหนังสือรับรอง ให้กับผู้ผ่านการทดสอบ
เมื่อผ่านการเรียนครบตามหลักสูตร 15 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี ผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติ
ผู้เรียนต้องติดต่อขอรับหนังสือรับรองภายใน 1 เดือน นับจากวันที่สอบผ่าน
หนังสือรับรองสามารถนำไปยื่นประกอบคำขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ออกหนังสือ

