ขับรถ EV ขับเจอน้ำ ท่วมขัง ต้องระวังอย่างไร? ให้คนปลอดภัย รถไม่พัง
เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝนหรือต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังบนท้องถนน ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า หลายคนอาจเกิดความกังวลว่า “รถ EV ลุยน้ำได้ไหม?” เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และตัวรถ มาดูขั้นตอนและข้อควรรู้เชิงลึกแบบครบถ้วนกันครับ
วิธีขับผ่านพื้นที่น้ำขังให้ปลอดภัย หากประเมินแล้วจำเป็นต้องขับผ่าน
1. ขับช้าๆ ด้วยความเร็วคงที่ (ประมาณ 10–15 กม./ชม.) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “คลื่นน้ำ” ซัดกระแทกเข้าซุ้มล้อ ใต้ท้องรถ หรือห้องเครื่องด้านหน้า
2. ปิดระบบเครื่องปรับอากาศ (ปิดแอร์) เพื่อป้องกันพัดลมระบายความร้อนหมุนตีน้ำกระจายเข้ากล่องควบคุมไฟฟ้า และลดโอกาสเกิดไฟฟ้าช็อต
3. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เนื่องจากผ้าเบรกที่เปียกน้ำจะมีประสิทธิภาพลดลง ระยะเบรกจะยาวขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่ต้องปฏิบัติทันทีหลังขับพ้นน้ำ เมื่อขับพ้นบริเวณน้ำท่วมขังมาแล้ว ห้ามชะล่าใจ ให้รีบทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- สังเกตสัญญาณเตือนบนหน้าปัด เช็ก ว่ามีไฟเตือนระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบ ABS หรือระบบเตือนใดๆ เด้งขึ้นมาหรือไม่
- ย้ำเบรกเป็นระยะเพื่อไล่ความชื้น แตะเบรกเบาๆ ถี่ๆ ขณะขับขี่ความเร็วต่ำ เพื่อสร้างความร้อนให้จานเบรกและผ้าเบรกแห้งเร็วขึ้น
- ตรวจเช็กพรมและพื้นห้องโดยสาร ตรวจดูใต้พรมวางเท้าว่ามีน้ำซึมเข้ามาหรือไม่ หากมี ควรรีบตากแดดหรือส่งซักพรมเพื่อป้องกันเชื้อราและสายไฟพื้นรถเสียหาย
- จอดรถในที่แห้งและตรวจสอบรอบตัวรถ ดูว่ามีเศษขยะ กิ่งไม้ หรือถุงพลาสติกติดอยู่ใต้ท้องรถหรือจานเบรกหรือไม่
ข้อควรระวังขั้นสูงสุดและวิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน
- สังเกตสัญญาณผิดปกติ หากพบ ควัน กลิ่นไหม้ หรือเสียงไฟปะทุ ให้รีบจอดรถ ดับสวิตช์ และพาผู้โดยสาร ออกห่างจากตัวรถอย่างน้อย 15 เมตร ทันที
- กรณีรถดับกลางน้ำ ห้ามพยายามกดปุ่มสตาร์ตซ้ำเด็ดขาด! เพราะอาจทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจรและแบตเตอรี่เสียหายถาวร
- ห้ามใช้รถอื่นลากจูงแบบล้อหมุนติดพื้น เพราะมอเตอร์จะหมุนปั่นกระแสไฟกลับเข้าสู่ระบบที่ชื้นจนเสียหาย ให้ใช้ รถสไลด์ยกทั้งคัน เท่านั้น
อุ่นใจกว่า… ด้วยการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง
- เช็กทาง ใช้แอปพลิเคชันแผนที่ตรวจสอบเส้นทาง เลี่ยงจุดที่มีน้ำท่วมขังหรือชำรุด
- เช็กรถ ตรวจสอบความสามารถในการลุยน้ำสูงสุดตามที่คู่มือประจำเป็นรุ่นกำหนดไว้
- เช็กคน หากผู้ขับขี่ประเมินแล้วไม่มั่นใจในเส้นทางหรือไม่พร้อม = ไม่ควรฝืนขับลุย



